เมื่อปีที่แล้วผมเคยยกให้rha ma750เป็นสุดยอดหูฟังในราคาครึ่งหมื่น เวลผ่านมาระยะหนึ่งก็ยังหาตัวที่จะขึ้นมาแทนในช่วงราคานี้ ทำเอาตลาดช่วงราคานี้ที่ผ่านมาเงียบเหงา ต่างกับช่วงราคาไม่เกินสามพันที่มีสินค้าออกมาให้เลือกจนงง ทับกันจนตาลายไม่รู้จะเลือกยังไง ครั้นจะไปเล่นแบรนด์หลักก็ดูจะน่าเบื่อไปเพราะลองมาหมดตลาดแล้ว
 
แต่เมื่อไม่นานมานี้ผมก็ได้สัมผัสกับfocal sphearหูฟังที่มาจากผู้ผลิตลำโพงชั้นนำราคาหลักล้าน เป็นที่น่าแปลกใจว่าแบรนด์สูงลงมาทำสินค้าราคาแบบนี้ และไม่เพียงแต่focalเท่านั้น ยังมีแบรนด์ไฮเอนมากมายลงมาทำแบบเดียวกัน เท่ากับว่าเป็นการดับฝัน แบรนด์เล็กๆจากจีนที่หวังจะก้าวขึ้นสู่ตลาดระดับสูงไปเลยทีเดียว ตันอยู่แถวๆสามพันกันหมดทีแรกที่ผมได้ฟังเสียงจากfocal sphearก็บอกได้เลยว่ามันมีเสียงที่ดีมากตั้งแต่แกะกล่อง แต่ความรู้สึกตอนนั้นคือไม่อยากเอามาขาย เพราะมันให้ประสบการณ์เสียงในแบบที่คนเริ่มจากเล่นหูฟังมาโดยตรงจะเข้าไม่ถึง สัมผัสถึงบุคลิกภาพที่มีความเฉพาะและแตกต่างจากหูฟังแบบเก่าๆ กล่าวคือมันไม่ใช่หูฟังที่ทำเพื่อคนเล่นหูฟัง แต่มันเป็นหูฟังที่ทำเพื่อคนใช้ลำโพงมาก่อน Sphearจึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างวงการเครื่องเสียงบ้านและหูฟังได้เป็นอย่างดี คนที่ฟังลำโพงมาก่อนจะคุ้นเคยกับมันได้ไม่ยาก แต่คนที่เล่นหูฟังมาอย่างเดียวต้องอาศัยการปรับตัวบ้าง แต่เชื่อผมเถอะว่า ไม่ได้เกินความสามารถเลย เพราะดนตรีคือภาษาสากลที่สื่อสารได้ทุกชนชั้นอยู่แล้ว
 
Focal sphearเป็นหูฟังแบบอินเอียร์ที่มีไดร์เวอร์แบบไดนามิคดอกเดียว เดี๋ยวๆไม่มีอะไรปน ต่างจากหูุฟังสมัยใหม่ที่ใช้แบบBAซะเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้เพราะการสร้างอินเอียร์แบบอินเอียร์นั้นง่ายกว่าไดนามิค ไม่มีเรื่องการคำนวนปริมาตรตู้เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะทางโรงงานได้คำนวนมาแล้วด้วยการบรรจุลงในกล่องเล็กๆเลย เมื่อเป็นหูฟังแบบไดนามิคจึงมีความยุ่งยากในการสร้างการคำนวนมากกว่า ทำให้มีต้นทุนค่าวิจัยสูง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ เสียงจะลื่นไหลต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียว ไม่มีอาการกระโดดความถี่ที่เกิดจากการตัดครอสได้ไม่ดีพอ เสียงอิ่ม ไดนามิคสมบูรณ์กว่าSphear ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายไม่มีความหวือหวาฉีกแนวแต่กลับใส่ได้สบายไม่อึดอัดแม้แต่น้อย ด้วยท่อเสียงที่เฉียงทำมุมกำลังดีกับช่องหู ขนาดที่ไม่โตเกินไป น้ำหนักเบามากแม้ว่าจะมีฝาที่ทำจากสแตนเลส
 
ตัวหูฟังเป็นแบบเปิด มีรูระบายเล็กๆใกล้ท่อนำเสียงสามารถใช้จุกยางขนาดT400ทั่วไปได้
จุกที่แถมมาอาจไม่พอดีสำหรับบางคน การเลือกจุกที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ความตื้นลึกของแก้วหูแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน จึงต้องหาด้วยตัวเองอย่างไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่พอจะนำให้คร่าวๆได้คือ หาขนาดที่พอดีรูหู ถ้าเบสน้อยไปแสดงว่าแก้วหูท่านตื้น ควรใช้จุกที่มีช่วงท่อยาวกว่าปกติ จะช่วยให้ความถี่ต่ำได้สะท้อนกับผนังท่อเกิดมวลเบสที่หนาขึ้น แต่ถ้าท่านแก้วหูลึกอยู่แล้วการใช้จุกที่ท่อยาวเกินไปจะทำให้เบสบวม
 
Sphearเป็นหูฟังที่ผลิตมาเพื่อiPhoneและเสียงก็แมชท์กันดีซะด้วย แต่ทั้งนี้มันขับไม่เต็มครับ การได้เครื่องเล่นที่มีเรี่ยวแรงมากกว่าก็ทำให้เสียงยกระดับไปได้ไกลพอควรเดี๋ยวก่อน ข้อควรระวังของการใช้หูฟังตัวนี้คือการเริ่มเบิร์น หากเบิร์นมาไม่ดีจะเละเทะทันที เนื่องจากมันมีไดอะแฟรมขนาดใหญ่มันจึงอ่อนไหวกับเบสมาก หากเปิดดังหรืออัดความถี่ต่ำมากๆในช่วงแรกจะทำให้มันเก็บตัวช้า ยั้งไม่อยู่ อาการบวมเบลอจะมาเยือนทันที ซ้ำยังแหลมไม่ชัด รายละเอียดหดหาย
อ่านแล้วน่ากลัวว่าจะได้ใช้กันดีๆไหมเนี่ย มันไม่ยากครับใครๆก็ทำได้ แค่ต้องเข้าใจมันนิดหน่อยเท่านั้น
 
เริ่มง่ายๆด้วยเพลงเบาๆ เดี๋ยวเปียโนหรืออคูสติกกีต้าร์ที่มีตัวโน๊ตเล็กๆไหลไปเรื่อยๆตามเพลง แต่เน้นว่าต้องไม่เสียงดัง เปิดเบาเหมือนเสียงกระซิบไปเรื่อยๆ อย่าใจร้อนรอสัก150-200ชม.จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นเพลงที่มีเครื่องสีหรือเครื่องเป่าลากเสียงแบบยาวๆ กระชากบ้าเป็นช่วงๆเพื่อลดเสียงเสียดแทงหู เปิดสักพัก ฟังเป็นระยะๆจนคิดว่ามันดีขึ้นต่อมาเล่นเพลงทั่วไปที่เด่นเสียงร้องสักนิด มีการเดินเบสพอประมาณ ไม่เอากลองรัวเร็วๆนะครับ ถ้าจะมีกลอง ขอแบบที่ตีแม่นๆแยกจังหวะสักหน่อย เพราะจุดอ่อนไดนามิคมันอยู่ที่มีแผ่นไดอะแฟรมกว้าง ถ้าเบิร์นเสียโฟกัสจะเละทันทีที่เหลือก็แค่ฟังๆไปแบบปกติจนรู้สึกว่าพอดีแล้วจึงเริ่มใช้งานจริง*สูตรใครสูตรมัน ไม่ตายตัว อย่าเชื่อคนเขียนเยอะผมเมายากันยุงเมื่อเข้าที่แล้วเรามาว่ากัน
 
เรื่องเสียง
ตามธรรมเนียมรีวิวที่ผมเขียนมาหลายปี ก็คือด่าก่อนแล้วค่อยชม แต่ตัวนี้ผมนึกไม่ออกจริงว่าจะติอะไรดี เอาเท่าที่ฟังได้ละกันครับจุดเด่นที่สุดของSphearคือเสียงร้องที่หวานอิ่ม เสียงใหญ่มีน้ำหนัก สัมผัสได้จริงว่านักร้องมีตัวตนอยู่จริง ยืนอยู่บนเวทีเสียงตรงนั้นอย่างมีที่มา มีขนาดและมิติของเสียงร้องแบบสามมิติผิดกับหูฟังที่ให้เสียงร้องชัดๆโดยทั่วไปที่มักส่งเสียงออกมาจากแหล่งเล็กๆแล้วมาบานด้านหน้าแบบหลอนแปลกๆ เสียงร้องของSphearนั้นถูกเปล่งออกมาจากท้องอย่างมีพลัง ลากไดนามิคได้เข้มข้นชัดเจน อัดแน่นด้วยมวลไม่กลวงโหว่ ดีเยี่ยมกับเสียงนักร้องชายและส่งเสริมให้นักร้องหญิงฟังมีเสน่ห์ขึ้นจากเดิมๆ เมื่อๆังเพลงที่มีคอรัสร่วม Sphearจะให้เสียงร้องที่มีการเกยกันเล็กๆแบบไปธรรมชาติ ไม่ได้แยกอย่างเป็นอิสระจนได้ยินนักร้องหลายคนยืนเรียงกัน ฟังแล้วผ่อนคลายดีรองอันดับสองจากเสียงร้องลงมาคือเบสที่อิ่มใหญ่ หนาพอประมาณแต่ไม่อัดแน่นจนเกิดความอึดอัด เป็นเบสที่คล้ายพุ่งผ่านอากาศก่อนถึงผู้ฟังในระยะใกล้ไกลที่แตกต่าง แต่ละจังหวะของเบสค่อนข้างช้าแต่มีช่องไฟและไม่ซ้อนทับจนมัวเบลอ ให้ลำดับจะหวะที่เด็ดขาดแต่นุ่มนวลกลมมน ทั้งเสียงร้องและเบสต่างแยกกันอย่าอิสระไม่ซ้อนทับกันเสียงกลองทั้งชุดให้จังหวะจะโคนที่ค่อนข้างดีแต่จะไม่ใช่จุดเด่นที่ดีของSphearนัก เพราะกลองของมันจะค่อนข้างช้าเล็กน้อย เมื่อเจอการรัวกระเดื่องในเพลงMetalบางครั้งรู้สึกว่ามั่วไปบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นทำให้เนื้อหาสาระของดนตรีเสียไป เพียงแค่กลองไม่เป็นเม็ดเท่าที่ควร สรุปได้ว่าSphearเหมาะกับเพลงในความเร็วปานกลางมากกว่า 
 
แต่กับเสียงอื่นในชุดกลองอย่างสแนร์ ฉาบ แฉเหรืองเครื่องเขย่าอื่นๆ Sphearตอบสนองได้อย่างมีมิติ หนักเบา ใกล้ไกลได้อย่างมีศิลป์เสียงแหลมที่เป็นกังวลมากตอนแกะกล่องว่ามันจะหลบกุดหรือหายเข้ากลีบเมฆไปเลยกลับมีความสดใสเป็นประกายเล็กเรียว ทั้งนี้เกิดจากการเบิร์นที่ถูกต้องเหมาะสมด้วย เน้นรับว่าเบิร์นเบาๆ แต่แหลมที่ว่าดีนั้นช่วงหัวเสียงต้นกำเนิดจะไม่ชัดหนาเป็นก้อน แต่จะเป็นแหลมที่ค่อยๆเกิดขึ้นเล็กๆอย่างช้าๆทไม่รีบร้อนและทอดตัวยาวอยู่ด้านหลังไม่กระโตกกระตาก จนค่อยๆจางหายไป เหมือนเป็นตัวประกอบเป็นเครื่องปรุงที่มีอยู่ในอาหารทุกจานอย่างขาดไม่ได้เวทีมีความกว้างที่มีขอบเขตจำกัด ไม่ได้สุดลูกหูลูกตา เราจะรู้สึกถึงการสะท้อนของเสียงจากผนังในบางเพลงหรือบางข่วงของการพีคเสียง แต่ผนังของห้องฟังนี้ค่อนข้างจะกว้างกว่าสตูฯอัดเพลงอยู่พอควร แต่ถ้าถามว่าห้องกว้างเท่าไหร่อันนี้ผมก็ตอบยากเพราะในความกว้างนั้นมันผสมด้วยความเงียบสงัดของฉากหลังที่ทำให้เครื่องดนตรีทั้งหมดถูกบรรเลงภายในห้องมืดสนิท
 
ความลึกของเวทีทำได้ดีพอๆกับด้านกว้างหรืออาจทำได้ดีกว่าเพราะกับบางเพลงเราจะฟังรู้สึกได้ว่ามันลึกได้อีกไกลได้อีกเรื่อยๆการแยกชิ้นดนตรีทำได้ดี แต่ไม่ยอดเยี่ยมในทางเทคนิค ไม่ถึงขั้นหูฟังที่Referenceได้เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อฟังเพลงมากกว่า ดังนั้นเราจึงรู้สึกได้ว่ามันจะมีเสียงที่คาบเกี่ยวกันอยู่เสมอในบางความถี่ แต่มันก็ทำให้การฟังของเราลื่นไหลไร้ขอบแข็งที่กันระหว่างความถี่ให้เสียอารมณ์ อานิสงค์จากความมืดของฉากหลังและบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่สังเกตการณ์จึงทำให้ความซ้อนเกยที่อาจทำให้เกิดความเบลอนั้นไม่ส่งผลร้ายอย่างที่คิด กลับกลายเป็นว่าเราสามารถระบุตำแหน่งชิ้นดนตรีได้ขัดเขนมากขึ้น และสัมผัสถึงการนำเสนอที่เป็นธรรมชาติยิ่งกว่าบรรยาการโดยรวมของการฟังที่ผมขอใช้คำว่า เป็นมิตรกับผู้ฟังเป็นอย่างมาก อย่างที่ทราบว่าเวลาเราฟังเพลงนั้น เราไม่ได้ฟังเสียงตรงๆจากแหล่งกำเนิดโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนผสมที่สำคัญอีกอย่างของเสียงดนตรีคือ Reverb หรือเสียงก้อนสะท้อนจากผนังหรือกระทบกับสิ่งกีดขวางใดๆในสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้เกิดมิติ ความลึกหรือรายละเอียด ฯลฯ ที่จะทำให้รู้สึกว่า นี่คือเสียงดนตรีจริงๆที่สามารถได้ยินได้ทั่วแบบไม่สังเคราะห์หรือปั้นแต่งขึ้นมา
 
อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าSphearเป็นหูฟังที่ทำมาเพื่อคนที่ใช้ลำโพงแล้วอยากลงมาใช้หูฟัง แต่นั่นก็ไม่ได้ปิดให้ผู้ใช้หูฟังเป็นหลักรู้สึกว่าSphearประหลาดหูจนเกินไป เพียงแค่ลองฟังเอง ผมคิดว่าน่าจะชอบกันสุดท้ายคือ เสียงดนตรีใดๆที่ถูกเปล่งออกมาจากต้นกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร นักฟังมืออาชีพคาดหวังว่ามันจะได้ตามต้นฉบับไม่ผิดเพี้ยน แต่ด้วยความเป็นมนุษย์ความรู้สึกส่วนตัวจึงสำคัญไม่แพ้กัน ชอบเขาอาจไม่ชอบเรา ลองเท่านั้นที่จะตัดสินทุกอย่าง

Write a review

Note: HTML is not translated!
    Bad           Good

FOCAL SPHEAR

  • Brand: Focal
  • Product Code: sphear
  • Reward Points: 100
  • Availability: In Stock
  • ฿4,990.00

  • Price in reward points: 4990